วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สิ่งดีดี สำหรับเยาวชนสถานพินิจ เมื่อวันแห่งความรัก ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

     ช่วงเช้า  เด็ก/เยาวชนร่วมกันรับศีล และได้รับความเมตตามอบของแจก ,เลี้ยงอาหาร เนื่องในโอกาส วันเกิดพระศรีศาสนโมลี เจ้าอาวาสวัดโค้งสนามเป้า เจ้าคณะอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี คุณวรษา สวาสดิ์ ผู้พิพากษาสมทบฯ  พร้อมด้วยคุณวนิดา จิตราอาภรณ์ ตัวแทนคณะผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดจันทบุรี



                      จากนั้นเด็ก/เยาวชนยังได้สนุกสนานกับการแสดงดนตรี ของคณะองค์กรคริสตจักรมีสุขเมโทดิสท์ ในมูลนิธิพันธกิจในประเทศไทย         



           ช่วงบ่าย ได้รับเนื้อหาสาระความรู้จากพี่วิทยากร คณะทำงานเอดส์แห่งประเทศไทย(สปสช.) ในโครงการ "เยาวชนรุ่นใหม่ ใส่ใจเอดส์และเพศสัมพันธ์"  เพื่อให้เยาวชน มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการป้องกันตนเอง และพฤติกรรมที่ปลอดภัยจากโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์



        สรุปวันนี้ เยาวชนได้ทั้งบุญ อิ่มท้องกันถ้วนหน้า มีเพลงฟัง แถมยังได้ความรู้ดีดี ต้อนรับวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก อย่างคุ้มค่าจริง ๆ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554


ชมภาพแห่งความทรงจำ
วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๕
ณ สถานพินิจ ฯ จันทบุรี











วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ผู้ตรวจราชการ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม
เข้าเยี่ยม สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี


      เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ นายสุรกิจ อังกรุรัต ผู้ตรวจราชการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ได้เข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้แก่เด็กและเยาวชน และเจ้าหน้าที่ฯ

ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ จันทบุรี นายปัญญา จันทร์ละออ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ



วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โครงการ/กิจกรรม     ประดิษฐ์กระทงและร่วมสืบสานประเพณีไทย ประจำปี ๒๕๕๔
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี

หลักการและเหตุผล
                การสร้างสรรค์ผลงานกระทงใบตองใน “ประเพณีลอยกระทง” ของไทยเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีความสำคัญ เป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์ ฝีมือด้านการประดิดประดอยที่ทรงคุณค่า ที่มีการสืบทอดกันมานานตั้งแต่บรรพบุรุษ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อแม่พระคงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก ในวันเพ็ญเดือน ๑๒ สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์และการทำกระทงเพื่อเข้าประกวดที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
  ตัวแทนเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพร่วมกับท่านผู้อำนวยการฯ

          สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี ได้ตระหนักถึงความสำคัญนี้ เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จัก และซาบซึ้งในประเพณีลอยกระทงของไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้มีโอกาสแสดงออกถึงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์การประดิษฐ์กระทง และเข้าร่วมประเพณีดังกล่าวด้วย จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการ “ประดิษฐ์กระทงและร่วมสืบสานประเพณีไทย ประจำปี ๒๕๕๔ขึ้น

วัตถุประสงค์
          .  เพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ประเพณี อันดีงามของไทย
              ไว้สืบทอดต่อไป
          ๒.  เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสแสดงความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานประดิษฐ์กระทง
          ๓.  เพื่อให้เด็กและเยาวชน เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ผ่อนคลาย

 

กลุ่มเป้าหมาย
เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี ตราด และสระแก้ว จำนวน  ๔๐ คน






วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมการสอนภาษาอังกฤษจากชาวต่างประเทศ ให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ
โดย ศูนย์ชุมชนภาษาอังกฤษจังหวัดจันทบุรี


   กิจกรรมการให้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษแก่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี โดยศูนย์ชุมชนภาษาอังกฤษจังหวัดจันทบุรี ซึ่งจัดกิจกรรมทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน เวลา 09.30 - 10.30 นาฬิกา ตลอดปีงบประมาณ 2555


        เด็กและเยาวชนจะได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างประเทศจริง ๆ ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้แก่เยาวชนเป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้ยังมีการโชว์มายากล เล่นเกม รับของรางวัล ฯลฯ





     รวมทั้งการนำของขวัญเล็ก ๆ น้อยๆ มาฝากเด็กและเยาวชนของเราด้วย  และวันที่ 25 ธันวาคม 2554  นี้เตรียมรอพบกับการแสดงดนตรีเพื่อน้อง ๆ เยาวชน....







วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมพละ - จิตอาสา  "พัฒนาสนามเปตอง" สถานพินิจฯ จันทบุรี


ประวัติเปตอง

           สันนิษฐานว่ากีฬาเปตอง เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศกรีก เมื่อประมาณ 2000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยใช้ก้อนหินทรงกลมโยนเล่นว่าใครจะโยนได้แม่นยำกว่ากัน เมื่อโรมันครอบครองกรีกก็ได้รับเอาการเล่นกีฬาประเภทนี้ด้วย และนำไปเผยแพร่ในฝรั่งเศสทางตอนใต้เมื่อกรีกเข้าครอบครองฝรั่งเศส ในฝรั่งเศสการเล่นลูกบูลได้พัฒนาเป็นไม้เนื้อแข็งถากเป็นรูปทรงกลมแล้วใช้ตะปูตอกรอบ ๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เหมาะมือ

ประวัติเปตองในประเทศไทย
          ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 17 ของโลกที่เป็นสมาชิกของ "สหพันธ์เปตองนานาชาติ" ผู้นำกีฬาเปตองเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จัก และเป็นทางการคนแรก คือ อาจารย์จันทร์ โพยหาญ เมื่อปี พ.ศ. 2519 และต่อมาได้มีคณะรณรงค์เผยแพร่กีฬาเปตอง คือ นายศรีภูมิ สุขเนตร (นักเรียนเก่าฝรั่งเศส) ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการเล่นกีฬาเปตอง พร้อมด้วยนายชัยรัตน์ คำนวน และนายดนัย ตรีทัศนถาวร และต่อมาก็ได้ร่วมกันก่อตั้ง "สมาคมเปตองแห่งประเทศไทย" เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2519 ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สหพันธ์เปตองแห่งประเทศไทย" โดยมี นายศรีภูมิ นุขเนตร เป็นนายกสมาคมคนแรก
             และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2520 ได้จัดให้มีการชิงแชมป์ประเทศไทยขึ้น ณ สนามฮอกกี้ (สนามเทพหัสดินทร์ในปัจจุบัน) สนามกีฬาแห่งชาติ กีฬาเปตองเริ่มเผยแพร่ไปสู่ภาคอย่างกว้างขวางในราวปี พ.ศ. 2522 โดยเฉพาะทางภาคใต้ ทางสมาคมได้เชิญโค้ชเปตองชาวฝรั่งเศส นายโอเตลโล โตวาเตลลี มาช่วยสอนและเปิดอบรมตามจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ซึ่งก็ได้รับความสนใจมาก ถึงขนาดมีการจัดแข่งขันชิงแชมป์ภาคใต้ขึ้น ตอนนั้นก็มีการเริ่มเล่นกันมากในหมู่ข้าราชการ และในหน่วยงานเอกชนมีการตั้งชมรมเปตองตามจังหวัดต่างๆ
          ในปัจจุบันได้แพร่หลายไปทั่วทุกภาค และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกทั้งกีฬาเปตองได้แพร่หลายเข้าสู่ระบบการศึกษาของไทย อีกทั้งถูกเลือกให้เป็นกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา นอกจากนั้นหน่วยงานต่างๆทั้งของรัฐและเอกชนได้พิจารณาเห็นว่ากิจกรรมเปตองเป็นกิจกรรมกีฬาและนันทนาการที่ส่งเสริมความสามัคคีและลดความเครียดจากภารกิจ หน้าที่การงานได้ดี
(ข้อมูล : guru.sanook.com)

           การพัฒนา ปรับปรุงสนามกีฬาเปตอง สถานพินิจฯ จังหวัดจันทบุรี โดยเด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการแก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป ให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการผ่อนคลาย และส่งเสริมสุขภาพ  อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมจิตอาสา เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้จักการช่วยเหลือ บำเพ็ญประโยชน์อีกทางหนึ่ง


กติกาเปตอง

ขนาดสนาม

สนามต้องมีพื้นเรียบกว้าง 4 เมตร ยาว 15 เมตร พื้นไม้พื้นคอนกรีต และพื้นหญ้า ไม่เหมาะสำหรับกีฬาประเภทนี้

อุปกรณ์การเล่นเปตอง

1. ลูกบูล

เป็นลูกทรงกลมด้านนกลวง ทำด้วยโลหะ มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 70.5-80 มิลลิเมตร มีน้ำหนักระหว่าง 650 – 800 กรัม มีเครื่องหมายของโรงงานผู้ผลิต ตัวเลขแสดงน้ำหนักและเลขรหัสปรากฏอยู่บนลูกบูลอย่างชัดเจน และควรเป็นลูกบูลที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เปตองนานาชาติและสมาคมเปตองแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

2. ลูกเป้า

เป็นลูกทรงกลม แต่ทำด้วยไม้หรือวัสดุสังเคราะห์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 25-35 มิลลิเมตร และอาจทาสีได้ แต่ต้องเป็นสีที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในขอบเขตของสนาม

3. สนามเล่น

สนามต้องพื้นเรียบกว้าง 4 เมตร ยาว 15 เมตร พื้นไม้ พื้นคอนกรีตและพื้นหญ้า ไม่เหมาะสมสำหรับกีฬาประเภทนี้

4. เทปสายวัด





วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พิธีเปิดโครงการดนตรีบำบัดสำหรับเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ จังหวัดจันทบุรี
5 สิงหาคม 2554 สถานแรกรับเด็กและเยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี

 
หลักการและเหตุผล
          ปัจจุบันปัญหาความก้าวร้าวรุนแรงของเด็กและเยาวชนในสังคม  นับเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล แก้ไขและป้องกันอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ  การปราบปรามและลงโทษเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ปลายเหตุ    ไม่สามารถหยุดยั้งพฤติกรรมที่เป็นอันตรายได้  การเข้าใจปัญหาและสาเหตุ  เข้าใจวัยรุ่นและความต้องการของวัยรุ่น รวมทั้งให้โอกาสแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงในความดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรีให้ได้รับบริการ  คำแนะนำและส่งเสริมการแสดงออกในทางที่ถูกต้อง เหมาะสม จึงจะเป็นการป้องกัน แก้ไขปัญหาได้ถูกจุดรวมทั้งพัฒนาปรับเปลี่ยนความคิด พฤติกรรมได้ถูกต้อง เหมาะสม

                                                    นายสิน สิริไสยาสน์
ตัวแทนจากสมาคมผู้ผ่านศึกและทหารนอกราชการ ประธานกล่าวเปิดโครงการ   
 และนางสุรัสวดี เกษรจันทร์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ
สถานพินิจฯ  กล่าวรายงานวัตุประสงค์การดำเนินโครงการ


        จึงนำกิจกรรมดนตรีตลอดจนปัญหาต่าง ๆ ของวัยรุ่น ของสังคม  มาให้เยาวชนได้ร่วมกิจกรรม  ถือเป็นการบำบัด  แก้ไข  ป้องกันปัญหายาเสพติดให้แก่เยาวชนในด้านต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านจิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ช่วยในการผ่อนคลายความตึงเครียดและในการออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพ  เนื่องจากดนตรีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราการหายใจ  อัตราการเต้นของหัวใจ  ชีพจร  ความดันโลหิต  การตอบสนองของม่านตา  ความดึงตัวของกล้ามเนื้อและการไหลเวียนของเลือด  เช่น จังหวะและลีลา(Phythm) ช่วยสร้างเสริมสมาธิ(Concentration) และช่วยในการผ่อนคลาย(Relax)  ระดับเสียง(Pitch) เสียงในระดับต่ำและระดับสูงปานกลาง จะช่วยให้เกิดความรู้สึกสงบ  ความดัง(Voume/Intensity) พบว่าเสียงที่เบานุ่มจะทำให้เกิดความสงบสุข สบายใจในขณะที่เสียงดังจะทำให้เกิดความเกร็ง กระตุกของกล้ามเนื้อได้ ความดังที่เหมาะสมจะช่วยสร้างระเบียบในการควบคุมตนเองได้ดี  มีความสงบและเกิดสมาธิ  ทำนองเพลง(Malody)  ช่วยในการระบายความรู้สึกส่วนลึกของจิตใจ ทำให้เกิดความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์และลดความวิตกกังวล 



วัตถุประสงค์  
          ๒.๑  ใช้ดนตรี เพลงในการบำบัด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กและเยาวชน
๒.๒  เสริมสร้างจุดแข็งในตัวเด็กและเยาวชนในทักษะการสื่อสารการทำงานประสานสัมพันธ์กันทางร่างกาย
๒.๓  เสริมในแผนการบำบัดรายบุคคล  สำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษด้านดนตรี
          ๒.๔  เพื่อเสริมสร้างค่านิยมและทัศนคติที่ดีในการประกอบอาชีพสุจริต  
๒.๕  เพื่อให้เด็กและเยาวชนเกิดความรู้สึกมีคุณค่าต่อสังคม  ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 
๒.๖  เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรับทราบและร่วมวางแผนแก้ไข ปัญหาเด็กและ
       เยาวชน
          ๒.๗  เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม  ทำให้เกิดความสำนึก รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า
๒.๘  เพื่อสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้






วัน/เวลา ในการดำเนินกิจกรรม
          เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔ ถึง กันยายน ๒๕๕๕ 



 
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
          ร้อยละ ๘๐ ของเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้มีการปรับสภาพจิตใจให้อยู่ในภาวะสมดุลมีมุมมองในเชิงบวกผ่อนคลายความตึงเครียด ลดความวิตกกังวล เสริมสร้างและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ความจำ เสริมสร้างสมาธิ พัฒนาทักษะทางสังคม การสื่อสาร การใช้ภาษา พัฒนาการเคลื่อนไหวปรับลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และไม่กระทำผิดซ้ำ

ผู้ประสานโครงการ

            นางกัญญา วรรณศรี หัวหน้าสถานแรกรับเด็กและเยาวชนจังหวัดจันทบุรี